วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน SPU เผย อุตสาหกรรม Cold Chain ดาวรุ่งแห่งโลจิสติกส์และซัพพลายเชนโลก โตแรงด้วยมูลค่าตลาดกว่า 1,122 พันล้านดอลลาร์ในปี 2033 พร้อมอัตราเติบโต 14.2% ไทยมีจุดแข็งด้านอาหารและเกษตรแปรรูป แต่ต้องเร่งข้ามอุปสรรคต้นทุน-ขาดบุคลากรเชี่ยวชาญ SPU นำเสนอหลักสูตรดิจิทัลซัพพลายเชนและ AI เน้นสร้างคนที่ตอบโจทย์ตลาดโลก หวังดันไทยลดต้นทุนโลจิสติกส์ 100,000 ล้านต่อปี และก้าวสู่ผู้นำ Cold Chain ในภูมิภาค เผยการสร้าง “คน” ที่มีความรู้ด้าน Cold Chain Logistics คืนหนทางหนุนศักยภาพประเทศในเวทีโลก เผยอาชีพนักจัดการ โลจิสติกส์สำหรับสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เป็นหนึ่งในอาชีพต้องการเร่งด่วนมีรายได้สูง
ผศ.ดร.ธรินี มณีศรี คณบดีวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรม Cold Chain Logistics หรือ การจัดการขนส่งและจัดเก็บสินค้าที่ควบคุมอุณหภูมิ กำลังกลายเป็น “ดาวรุ่ง” ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชนทั่วโลก ด้วยตัวเลขการเติบโตที่โดดเด่นและศักยภาพที่น่าจับตามอง โดย market.us คาดการณ์ว่าตลาด Cold Chain ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 1,122พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2033 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยทบต้นต่อปี (CAGR) สูงถึง 14.2% นอกจากนี้ ความต้องการสินค้าเน่าเสียง่าย อาหารแปรรูป และเวชภัณฑ์ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตลาดนี้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ประเทศไทยมีปัจจัยบวกและความได้เปรียบ ด้วยจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ Cold Chain Logistics มีศักยภาพในการแข่งขันสูงในระดับโลก 3 ด้านได้แก่ ด้านที่ 1 ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีบทบาทเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านและตลาดโลกได้สะดวก ด้านที่ 2 ความโดดเด่นในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป ในปี 2565 การส่งออกสินค้าอาหารและเกษตรแปรรูปของไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ด้วยประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมและขึ้นชื่อว่าเป็นครัวของโลก และด้านที่ 3 นโยบายภาครัฐที่สนับสนุนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ รัฐบาลตั้งเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “Trading Nation”และเพิ่มอันดับ Logistics Performance Index (LPI) ของประเทศจากอันดับที่ 34 ของโลกในปี 2023 สู่ อันดับ 25 ภายในปี 2027
อย่างไรก็ดีประเทศไทยจะมีศักยภาพสูง แต่ยังมีความท้าทาย 4 ด้านที่จะต้องก้าวข้ามไปให้ได้ คือ
1. ต้นทุนการดำเนินงานที่สูง การลงทุนในระบบ Cold Chain เช่น คลังสินค้าเย็น และยานพาหนะควบคุมอุณหภูมิ ยังคงมีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการ SMEs
- การสูญเสียสินค้าในซัพพลายเชน มีการสูญเสียอาหารหลังการเก็บเกี่ยวสูงกว่า 30% โดยเฉพาะผลไม้และผักที่มีอัตราสูญเสียถึง 20-50%
- ขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cold Chain Logistics ยังคงมีจำกัด ทำให้การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ไม่ได้เต็มศักยภาพ
- การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลที่เข้มงวด มาตรฐาน GDP (Good Distribution Practice) และ GSP (Good Storage Practice) เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ การพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ด้าน Cold Chain Logistics จึงเป็นหัวใจสำคัญช่วยสร้างศักยภาพด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่ยั่งยืนให้กับประเทศ ปัจจุบัน อาชีพนักจัดการ โลจิสติกส์สำหรับสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ Cold Chain เป็นอีกหนึ่งอาชีพขาดแคลนและต้องการเร่งด่วน โดยวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ได้พัฒนา หลักสูตรดิจิทัลซัพพลายเชนและ AI ที่ตอบโจทย์เทรนด์โลจิสติกส์ปี 2025 โดยเน้น การเรียนรู้เทคโนโลยี AI และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดการสูญเสียในระบบ Cold Chain การพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดการโซ่อุปทานอัจฉริยะ หลักสูตรระยะสั้น (Non-Degree) เช่น การจัดการโซ่อุปทานดิจิทัล (Digital Supply Chain Management) และการจัดการโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน (Sustainable Supply Chain Management) ครอบคลุมการสร้าง “คน” รุ่นใหม่ และการ เพิ่มความรู้และทักษะใหม่ให้กับ “คน” ที่อยู่ในอุตสาหกรรมได้พัฒนาความรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ด้วยการฝึกปฏิบัติจริงร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร เช่น สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย
ครอบคลุมการสร้าง “คน” รุ่นใหม่ในหลักสูตรปริญญาตรี และการเพิ่มความรู้และทักษะใหม่ให้กับ “คน” ที่อยู่ในอุตสาหกรรมได้พัฒนาความรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในหลักสูตรระยะสั้น
“หากประเทศไทยสามารถพัฒนาความพร้อมด้านบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานได้สำเร็จ จะสามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์ลง 1% ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมทั้งเพิ่มความน่าเชื่อถือในตลาดโลก ด้วยมาตรฐานสินค้าและบริการที่สูงขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสให้ SMEs ไทย เข้าถึงตลาดโลกด้วยต้นทุนที่ต่ำลง และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้เทคโนโลยีที่ยั่งยืนในภาพรวม Cold Chain Logistics ไม่เพียงแต่เป็น ดาวรุ่ง ของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยในยุคดิจิทัลให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ผศ.ดร.ธรินี กล่าวทิ้งท้าย